บทความเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน


สมองเสื่อมกับยาที่ต้องระวัง


รองศาสตราจารย์ ดร.ภญ.จุฑามณี สุทธิสีสังข์
ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ภาพประกอบจาก : http://images.indianexpress.com/2016/09/dementia-main.jpg
อ่านแล้ว 8,422 ครั้ง  
ตั้งแต่วันที่ 24/09/2560
อ่านล่าสุด 1 ช.ม.ที่แล้ว
http://tinyurl.com/yxsr5acn
Scan เพื่ออ่านบนมือถือของคุณ http://tinyurl.com/yxsr5acn
 


ปัจจุบันประเทศไทยมีประชากรสูงอายุจำนวนมาก และภาพรวมของประเทศไทยอยู่ในสถานการณ์ “สังคมสูงวัย” (aged society) และในอีก 7-10 ปีข้างหน้าจะเริ่มเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (completed aged society)



ภาพจาก : http://images.indianexpress.com/2016/09/dementia-main.jpg

ดังนั้นโอกาสที่จะมีจำนวนผู้ป่วยที่มีภาวะสมองเสื่อมจึงสูงมากขึ้นตามลำดับ ภาวะสมองเสื่อมแบ่งได้หลายประเภท ตัวอย่างเช่น ภาวะสมองเสื่อมจากอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease), Vascular dementia, Lewy body dementia และ Frontotemporal dementia เป็นต้น

โรคต่างๆ ที่นำมาสู่ภาวะสมองเสื่อมดังกล่าวข้างต้น แม้จะมีสาเหตุและพยาธิสภาพในสมองที่แตกต่างกัน แต่จะส่งผลทำให้สารสื่อประสาท (neurotransmitters) ในสมองหลายตัวมีปริมาณลดลง เช่น acetylcholine, , norepinephrine และ dopamine เป็นต้น สารสื่อประสาทโดยเฉพาะ acetylcholine มีความสำคัญกับกระบวนการเก็บความจำ เมื่อมีปริมาณลดลงจึงทำให้ผู้ป่วยสมองเสื่อมมีอาการหลงลืม ไม่สามารถจำเหตุการณ์ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นได้ ในขณะที่ norepinephrine และ dopamine มีความสำคัญกับสมาธิ ความตั้งใจ แรงจูงใจ ในการทำงานต่างๆ ให้สำเร็จ เมื่อสารสื่อเหล่านี้ลดลงจะทำให้ผู้ป่วยสมองเสื่อมขาดความกระตือรือร้น มีอารมณ์เฉยชา เซื่องซึมได้

ดังนั้นการใช้ยาที่มีผลลดการทำงานหรือต้านการทำงานของสารสื่อประสาทที่กล่าวมาข้างต้นนี้ อาจส่งผลให้อาการหลงลืมหรืออาการเซื่องซึมในผู้ป่วยสมองเสื่อมยิ่งมีอาการเลวลงได้



กรณีต้องใช้ยารักษาอาการแพ้หรือน้ำมูกไหลซึ่งจะได้ผลดีจากการใช้ยาแก้แพ้กลุ่มที่ทำให้ง่วง แต่ในผู้ป่วยสมองเสื่อมหากใช้ยากลุ่มนี้อาจทำให้ผู้ป่วยสับสน วุ่นวายมากขึ้น ควรเปลี่ยนไปใช้ยาแก้แพ้กลุ่มที่ไม่ทำให้ง่วง เช่น loratadine, fexofenadine, desloratadine เป็นต้น เนื่องจากยาแก้แพ้กลุ่มที่ไม่ทำให้ง่วงจะไม่รบกวนการทำงานของ acetylcholine

นอกจากนี้ยังมียาบางกลุ่มที่ไปคลายกล้ามเนื้อเรียบในต่อมลูกหมากให้หย่อนตัวลงโดยไปลดการทำงานของสารสื่อประสาท norepinephrine เช่น ยาที่ใช้ในภาวะต่อมลูกหมากโต (Benign prostatic hyperplasia) ได้แก่ terazosin, doxazosin, tamsulosin และ alfuzosin ยาเหล่านี้เมื่อผ่านเข้าไปในสมองอาจจะทำให้ผู้ป่วยสูงอายุหรือผู้ป่วยสูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมร่วมด้วยมีอาการเซื่องซึม อ่อนแรง (asthenia) หากมีความจำเป็นต้องใช้ควรใช้ในขนาดต่ำเท่าที่จำเป็น และติดตามอาการข้างเคียงเหล่านี้ในผู้ป่วยด้วย
เปิดอ่านด้วย Google Doc Viewer ดาวน์โหลดบทความ (pdf) ดูบทความอื่นๆ
Warning: mssql_query() [function.mssql-query]: message: Incorrect syntax near 's'. (severity 15) in D:\WWWINTER\WEB_INTERNET\TH\service-knowledge-article-info.php on line 631

Warning: mssql_query() [function.mssql-query]: message: Unclosed quotation mark after the character string ' and id <> 408 '. (severity 15) in D:\WWWINTER\WEB_INTERNET\TH\service-knowledge-article-info.php on line 631

Warning: mssql_query() [function.mssql-query]: Query failed in D:\WWWINTER\WEB_INTERNET\TH\service-knowledge-article-info.php on line 631

Warning: mssql_fetch_array(): supplied argument is not a valid MS SQL-result resource in D:\WWWINTER\WEB_INTERNET\TH\service-knowledge-article-info.php on line 632


บทความที่เนื้อหาเกี่ยวข้องกับบทความนี้


บทความที่ถูกอ่านล่าสุด


โรครองช้ำ 4 วินาทีที่แล้ว
แกงเลียง อาหารเป็นยา 20 วินาทีที่แล้ว

อ่านบทความทั้งหมด



ข้อจำกัดด้านลิขสิทธิ์บทความ:
บทความในหน้าที่ปรากฎนี้สามารถนำไปทำซ้ำเพื่อเผยแพร่ในเว็บไซต์ หรือสิ่งพิมพ์อื่นๆ โดยไม่มีวัตถุประสงค์ในเชิงพาณิชย์ได้ ทั้งนี้การนำไปทำซ้ำนั้นยังคงต้องปรากฎชื่อผู้แต่งบทความ และห้ามตัดต่อหรือเรียบเรียงเนื้อหาในบทความนี้ใหม่โดยเด็ดขาด และกรณีที่ท่านได้นำบทความนี้ไปใช้ในเว็บเพจของท่าน ให้สร้าง Hyperlink เพื่อสร้าง link อ้างอิงบทความนี้มายังหน้านี้ด้วย

-

 ปรับขนาดอักษร 

+

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

447 ถนนศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400

ดูเบอร์ติดต่อหน่วยงานต่างๆ | ดูข้อมูลการเดินทางและแผนที่

เว็บไซต์นี้ออกแบบและพัฒนาโดย งานเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อการเรียนการสอน คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
Copyright © 2013-2015